สืบสานประเพณีสะโหลดตีพิ

สืบสานประเพณีสะโหลดตีพิ วันที่ 10 สิงหาคม 2563บ้านตาหลวง หมู่ 5 ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ประวัติความเป็นมาของประเพณีตีพิ
“ตีพิ” เป็นประเพณีของชนเผ่าลั๊วะซึ่งจะตีในระหว่างการแบกข้าวเปลือกกลับบ้าน เป็นการเรียกขวัญข้าวออกจากไร่เพื่อนำไปเก็บยังยุ้งฉางที่บ้านหรือพื้นที่ ทำกินที่ใกล้กับไร่ของตน ชาวลั๊วะในสมัยก่อนจะทำพิธีนี้ในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เดิมนั้นการเรียกขวัญข้าวก็คือการแบกข้าวเปลือกซึ่งบรรจุในกระบง หรือบางบ้านก็จะบรรจุลงในถุงย่ามที่ทอด้วยผ้า สาเหตุที่ต้องมีการตีพิระหว่าง การแบกกระสอบข้าวกลับบ้านนั้นก็เพื่อให้เกิดความสบายใจไม่เหน็ดเหนื่อย และอีกทั้งยังสร้างความเพลิดเพลินในขณะที่กำลังแบกข้าวเปลือกซึ่งมีน้ำหนักมากอีกด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถึงที่หมายไวในสมัยก่อนชาวลั๊วะจะต้องแบกข้าว เปลือกเดินเรียงตามกันเป็นแถว ใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะทยอยขนข้าวกลับบ้านต้องใช้เวลานานอยู่หลายวันข้าวจึงจะหมด ซึ่งในระหว่างการแบบข้าวเปลือกนั้นผู้ที่แบกก็จะทำการตีพิไปด้วยเสียงตีพิก็ จะดังก้องตามไหล่เขา ซึ่งก็จะมีการเรียกพิไปตามขนาดของไม้ไผ่ ไม้พิตัวที่ยาวที่สุดคู่แรกเรียกว่า พิตัวแม่ และอีกสามคู่ที่เหลือเรียกว่าพิตัวลูก ใช้จำนวนผู้ตีทั้งหมด 4 คน คนละ 2 อัน ทำจากไม้ไผ่ และแต่ละคนก็จะมีไม้สำหรับตี คนละ 1 อัน ทำมาจากไม้สบู่ดำ ก่อนที่จะมีการตีพิจะมีพิธีที่มาจากความเชื่อของชนเผ่าลั๊วะดังต่อไปนี้
1. พิธีหาพื้นที่ปลูกข้าว เรียกว่า ”พิธีและแซ”
2. พิธีปลูกข้าวหรือใส่พันธุ์เมล็ดข้าวเปลือกลงในหลุมเตรียมปลูก เรียกว่า “พิธีแซ่ดแซ”
3. พิธีสู่ขวัญข้าว เรียกว่า ”พิธีซะโหลด”
4. พิธีสู่ขวัญข้าวที่ออกรวงชาวบ้านเรียกพิธีสู่ขวัญดอกข้าว เรียกว่า “รางซา”
5. พิธีนำข้าวใหม่ไปเซ่นเจ้าที่ เรียกว่า “ค่าวเม่า” (คั่วข้าวเม่า)
6. สุด ท้ายเป็นพิธีการตีพิ เรียกว่า “เลิกกรอง” ซึ่งชาวลั๊วะเรียกกันว่าพิธีดอกด้ายดอกแดง ทำเพื่อเรียกขวัญข้าวและขวัญเจ้าของไร่กลับบ้าน หากบ้านไหนไม่ทำตามความเชื่อดังกล่าวคนในบ้านก็จะมีอันเป็นไปเมื่อทำการ ขนข้าวเปลือกออกจากไร่หมดแล้ว เจ้าของก็จะนำไก่ เหล้าขาวที่ต้มเอง ไปเลี้ยงเซ่นไหว้เพื่อเป็นการเรียกขวัญข้าวกลับบ้าน พร้อมกับเชิญเพื่อนบ้านมารับประทานอาหารที่บ้านของตนเป็นอันเสร็จพิธีใน ปัจจุบันประเพณีตีพิ ได้ถูกสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษกลายมาเป็นการละเล่นของชนเผ่าลั๊วะที่ต้องมีผู้รำ ประมาณ 18 คนขึ้นไป ประกอบจังหวะการตีพิไปด้วยเพื่อให้เกิดความสวยงามน่าชม ปัจจุบันในเทศกาลสำคัญ งานผ้าป่า งานบุญต่าง ๆ ต้องมีการแสดงตีพิและมีผู้รำเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีดั้งเดิมของชนเผ่า ลั๊วะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 46 total views,  2 views today

Leave a Reply

facebookองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง

SuperWebTricks Loading...